นิทานสอนแสดงอารมณ์ อ่านให้ลูกที่ชอบกลั้นน้ำตาไว้
ลูกที่กลั้นความเศร้าเอาไว้
มีเด็กบางคนที่แม้จะหกล้มเจ็บหรือเจอเรื่องเสียใจ ก็ยังกลั้นน้ำตาเอาไว้ เพราะคิดว่า “ร้องไห้มันเหมือนเด็กทารก” แล้วเก็บกดความเศร้านั้นไว้ข้างใน
เมื่อมองผิวเผินอาจดูเป็นเด็กโตแล้ว แต่ยิ่งอดกลั้น หัวใจของลูกก็ยิ่งหนักอึ้ง เพราะการสะสมอารมณ์ไว้โดยไม่ได้แสดงออก กลับทำให้ลูกลำบากใจยิ่งขึ้น สิ่งที่ลูกต้องการคือประโยคเดียวว่า “ร้องไห้ก็ไม่เป็นไรนะ”
อยากรู้เนื้อเรื่องของนิทานสอนแสดงอารมณ์ใช่ไหม? มาดูบทเรียนของนิทานสอนแสดงอารมณ์ไปพร้อมกับภาพประกอบกัน พบกับฉากสำคัญของนิทานสอนแสดงอารมณ์ด้วยนะ ลองอ่านนิทานสอนแสดงอารมณ์ไปพร้อมกับลูกแล้วพูดคุยกันดู เราได้รวบรวมเรื่องราวหลากหลายเกี่ยวกับ 27. ร้องไห้ก็ไม่เป็นไร แม่จะกอดเอง ทั้งนิทานแสดงความเศร้า เด็กร้องไห้ และการโค้ชอารมณ์ ไว้ที่นี่

การแสดงอารมณ์ก็ต้องเรียนรู้เช่นกัน
ความเศร้าไม่ใช่อารมณ์ที่ต้องกำจัดทิ้ง แต่เป็นอารมณ์ที่ควรปล่อยให้ไหลผ่านไปอย่างเหมาะสม เด็กที่ได้ร้องไห้ให้เต็มที่และได้รับการปลอบโยน จะค่อย ๆ มีพลังในการจัดการอารมณ์ของตัวเอง
ในทางกลับกัน เด็กที่ได้ยินคำว่า “อย่าร้องไห้” บ่อย ๆ จะเริ่มรู้สึกอายกับอารมณ์ของตัวเอง ส่วนเด็กที่ได้เรียนรู้ตั้งแต่เล็กว่า “เวลาเศร้าจะร้องไห้ก็ได้” จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่กล้าบอกความรู้สึกของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา

อ้อมกอดอบอุ่นของโฮยะกับคุณแม่
ในนิทานเรื่อง ร้องไห้ก็ไม่เป็นไร แม่จะกอดเอง โฮยะหกล้มจนเจ็บ แถมตุ๊กตายังตกน้ำอีก แต่เธอก็ยังกลั้นน้ำตาเอาไว้ ตอนนั้นเองคุณแม่เสือก็ก้มลงสบตาแล้วบอกว่า “ร้องไห้ก็ไม่เป็นไรนะ ไม่ต้องกลั้นน้ำตาไว้ก็ได้”
ในอ้อมแขนที่คุณแม่กางออกกว้าง โฮยะได้ปล่อยน้ำตาที่กลั้นไว้ออกมาจนหมด พอร้องไห้เสร็จ หัวใจก็เบาสบายขึ้นเยอะ และเมื่อพี่ชายโฮริเช็ดตุ๊กตาจนสะอาดแล้วเอามาให้ โฮยะก็กลับมายิ้มกว้างอีกครั้ง

3 วิธีรับมือความเศร้าที่เรียนรู้ได้จากแทงโกบุ๊ก
หัวใจสำคัญของเรื่องนี้คือสามข้อที่เด็ก ๆ จำได้ง่าย หนึ่ง พูดออกมาว่า “หนูเศร้า”! สอง อย่ากลั้น ร้องไห้ออกมาเลย! สาม ขอให้กอดหน่อย!
นิทานของแทงโกบุ๊กจะย้ำวิธีเหล่านี้ซ้ำ ๆ เหมือนท่อนฮุก เพื่อให้ลูกนึกขึ้นได้เองอย่างเป็นธรรมชาติในวันที่รู้สึกเศร้า และลูกจะได้สัมผัสจากในเรื่องว่า การร้องไห้ไม่ใช่เรื่องของเด็กทารก แต่เป็นวิธีดูแลหัวใจของตัวเอง

ฝึกแสดงอารมณ์ด้วยกันที่บ้าน
หลังอ่านหนังสือจบแล้ว เวลาลูกเศร้า ลองเปลี่ยนจาก “อย่าร้องไห้” เป็น “หนูคงเสียใจมากเลยนะ ร้องไห้ก็ไม่เป็นไร” ประโยคที่อนุญาตให้แสดงอารมณ์ จะช่วยให้ลูกฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
และแทนคำพูด ลองมอบอ้อมกอดสักครั้งดู เมื่อประสบการณ์ของการได้ร้องไห้เต็มที่ในอ้อมกอดสะสมมากขึ้น ลูกก็จะเรียนรู้ที่จะแสดงความเศร้าอย่างเหมาะสมโดยไม่ต้องเก็บกดเอาไว้

ร้องไห้เสร็จแล้ว หัวใจก็เบาสบายขึ้น
คุณแม่กอดโฮยะแล้วบอกว่า “ถ้าร้องไห้ไปจนกว่าความเศร้าจะผ่านพ้นไป หัวใจก็จะเบาสบายขึ้นเองนะลูก” นี่คือตอนจบอันอบอุ่นที่บอกเราว่า ความเศร้าก็เป็นอารมณ์ที่มีค่า และเมื่อได้แสดงออกและได้รับการปลอบโยน ทุกอย่างก็จะดีขึ้น
นิทานชีวิตประจำวันของบ้านโฮริถ่ายทอดเรื่องความปลอดภัย อารมณ์ และนิสัยที่ดี อย่างอบอุ่นในระดับสายตาของเด็ก ๆ มาเปิดหน้าแรกไปพร้อมกับลูกด้วย ทดลองใช้ฟรี 7 วัน ที่แทงโกบุ๊กได้เลยตอนนี้ เรื่องราวที่ส่งต่อให้ลูกได้อย่างสบายใจ ไม่มีโฆษณา กำลังรออยู่

คำถามที่พบบ่อย
Q. เมื่อลูกร้องไห้บ่อย ควรรับมืออย่างไรดี?
A. แทนที่จะบอกให้หยุดร้อง ลองโอบกอดหัวใจของลูกพร้อมบอกว่าร้องไห้ก็ไม่เป็นไร ความอุ่นใจว่าแสดงอารมณ์ได้ จะช่วยให้ลูกสงบลงเร็วขึ้นด้วยซ้ำ
Q. นิทานสอนแสดงอารมณ์ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?
A. เมื่อเห็นตัวเอกในเรื่องบอกความรู้สึกออกมาอย่างตรงไปตรงมา ลูกก็จะเรียนรู้ที่จะบอกเล่าอารมณ์ด้วยคำพูดเช่นกัน นิทานสอนแสดงอารมณ์ช่วยให้ลูกรู้ว่าความเศร้าก็เป็นความรู้สึกที่มีค่า
Q. ควรพูดอะไรกับเด็กที่กำลังร้องไห้ดี?
A. ลองรับรู้ความรู้สึกก่อนด้วยคำว่าคงเสียใจมากเลยนะ แล้วกอดลูกไว้แน่น ๆ เด็กที่ได้รับการยอมรับในอารมณ์จะรู้สึกมั่นคง และแสดงความรู้สึกของตัวเองได้ดีขึ้น
นิทานคลาสสิกที่อ่านคู่กันแล้วดี
ถ้าชอบนิทานเรื่องนี้ ลองอ่านนิทานคลาสสิกเหล่านี้ด้วยกันดูนะ
- 01. กินให้ครบทุกอย่าง พลังสายรุ้ง!
- 02. แปรงฟันซี้ดซ้าด ฟันขาววิ๊ง!
- 03. ฟองฟู่ฟ่อง มือสะอาดเอี่ยม!
- 04. ฉี่ออกแล้ว เก่งมากเลย!
สนใจเรื่อง「27. ร้องไห้ก็ไม่เป็นไร แม่จะกอดเอง」ไหม?
มาสัมผัสภาพประกอบสวยงามพร้อมเสียงอ่านภาษาเกาหลีและภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่แทงโกบุ๊ก
📖 ไปอ่านนิทานกันเลย →